ReadyPlanet.com
dot dot
dot
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน   bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
ค้นหาสินค้า


  [Help]
dot
dot
ตะกร้าสินค้า | สินค้าที่คุณเลือกซื้อ | Shopping Cart
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
สินค้าเพื่อสุขภาพคุณครู นักเรียน และ สิ่งแวดล้อม | ปากกาไวท์บอร์ด ชอล์กน้ำ CSR Water Chalk กระดาน Healthy Board
dot
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot


VDO แนะนำปากกาไวท์บอร์ด ชอล์กน้ำ
CSR Water Chalk

VDO ปากกาไวท์บอร์ด ชอล์กน้ำ
CSR Water Chalk กับ 10 สีสดใส
ในการสร้างสรรค์การเรียนการสอน
และ การใช้งาน

VDO ปากกาไวท์บอร์ด ชอล์กน้ำ
CSR Water Chalk แสดงการลบ
ลบง่าย ไม่ทิ้งคราบ ไม่เป็นฝุ่นผง


มาตรฐานความปลอดภัย
และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ด้วยสุดยอดมาตรฐานจากยุโรป
European Standard
มั่นใจได้กับมาตรฐานความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | European Standard EN71 Part3:1994+A1:2000+AC:2002 | ASTM F963-07 ASTM 4236
European Standard
EN71 Part3:1994+A1:2000+AC:2002
ASTM F963-07 ASTM 4236

อบรม สัมมนา ที่ปรึกษา ซอฟต์แวร์ ในการบริหารงาน บริหารเงินและ บริหารคน โดย บริษัท ที่ปรึกษาและฝึกอบรม ดูแอนด์บี จำกัด

นวัตกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีสะอาด | KEEEN ชีวบำบัดภัณฑ์ สิ่งแวดล้อมยั่งยืน...ความสุขก็ยั่งยืน...

ตรวจสอบสถานะการส่งสินค้า

CSR Water Chalk
ปากกาไวท์บอร์ด ชอล์กน้ำ
ไร้กลิ่นฉุน ไร้ฝุ่น

EDUCA งานมหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู

LINK การศึกษาและเรียนรู้

toeic



ห้องเรียนสีเขียว โรงเรียนสีเขียว

ห้องเรียนสีเขียว โรงเรียนสีเขียว | อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โครงการห้องเรียนสีเขียว จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีอุปนิสัยในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าและรักษาสิ่งแวดล้อม และ โครงการยกระดับสู่โรงเรียนสีเขียว พัฒนาเครือข่ายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมสู่ระดับโรงเรียน

โครงการห้องเรียนสีเขียว
และ 
โครงการยกระดับสู่โรงเรียนสีเขียว

โครงการห้องเรียนสีเขียว

ความเป็นมา
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2534 อนุมัติโครงการการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โครงการประชาร่วมใจ ประหยัดไฟฟ้า ให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยมี การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน
กฟผ. ได้ดำเนินโครงการประชาร่วมใจ ประหยัดไฟฟ้า โดยให้ประชาชนมีการใช้และผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงาน ขณะเดียวกันได้ส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า ด้วยการจัดทำโครงการห้องเรียนสีเขียว ขึ้น โดยมุ่งเน้นที่เยาวชนในสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษา

วัตถุประสงค์ของโครงการห้องเรียนสีเขียว
1. เพื่อปลูกฝังทัศนคติการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด รู้คุณค่าและรักษาสิ่งแวดล้อม ให้แก่เยาวชนของชาติ
2. เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดการพัฒนาทางความคิดด้วยตนเอง และการทำงานเป็นหมู่ขณะ

สาระสำคัญ
กฟผ. ได้จัดตั้งห้องเรียนสีเขียวจำนวน 350 ห้อง ในโรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ กล่าวคือ ปี 2541 ได้ดำเนินการในโรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา จำนวน 100 ห้อง ปี 2542 ได้ดำเนินการในระดับมัธยม จำนวน 100 ห้อง และในปี 2543-2544 ได้ดำเนินการทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน 150 ห้อง
ในห้องเรียนสีเขียว กฟผ. ได้ผลิตสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อให้เข้าใจถึงการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานต่างๆ รวมทั้งให้รู้จักการใช้อย่างรู้คุณค่า อาทิ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดมือหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังไอน้ำ พลังน้ำ และพลังแสงอาทิตย์ รวมทั้งคอมพิวเตอร์พร้อม CD-ROM บรรจุโปรแกรมมัลติมีเดียชุดส่งเสริมกิจกรรมประหยัดไฟฟ้า อุปกรณ์ทั้งหมดสามารถทำงานได้จริงด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ผู้เรียนจึงสามารถทดลองปฏิบัติเองได้และเห็นผลการปฏิบัติด้วยตนเอง
ในระหว่างปี พ.ศ. 2541-2550 กฟผ. ได้จัดตั้งห้องเรียนสีเขียวในโรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ปัจจุบันมีห้องเรียนสีเขียว จำนวน 426 โรงเรียน

ความภาคภูมิใจ
โครงการห้องเรียนสีเขียวได้รับรางวัลที่2 ประเภท Learning for the future ในการประกวดชิงรางวัลระดับโลก Energy Globe Award 2001 ซึ่งประกาศผลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2544 ณ เมือง Linz ประเทศออสเตรีย นับเป็นความภาคภูมิใจที่องค์กรระดับโลก ยอมรับวิธีการดำเนินงานด้านอนุรักษ์พลังงานของประเทศไทยในโครงการห้องเรียนสีเขียวนี้

ห้องเรียนสีเขียว โรงเรียนสีเขียว | อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โครงการห้องเรียนสีเขียว จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีอุปนิสัยในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าและรักษาสิ่งแวดล้อม และ โครงการยกระดับสู่โรงเรียนสีเขียว พัฒนาเครือข่ายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมสู่ระดับโรงเรียน ห้องเรียนสีเขียว โรงเรียนสีเขียว | อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โครงการห้องเรียนสีเขียว จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีอุปนิสัยในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าและรักษาสิ่งแวดล้อม และ โครงการยกระดับสู่โรงเรียนสีเขียว พัฒนาเครือข่ายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมสู่ระดับโรงเรียน

หลักการและเหตุผล
1. โครงการห้องเรียนสีเขียว จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีอุปนิสัยในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ด้วยความสนุกสนานเพื่อให้เกิดทัศนคติในการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและนำไปปฏิบัติจนเป็นปกตินิสัย
2. ในห้องเรียนสีเขียว กฟผ. จะสนับสนุนอุปกรณ์การสอนเพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองปฏิบัติและตระหนักถึงความจำเป็นในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า อาทิ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้ขดลวดตัดกับสนามแม่เหล็ก ชนิดที่ใช้พลังน้ำ พลังไอน้ำ พลังแสงอาทิตย์ แผงเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ อุปกรณ์ไฟฟ้า แผงเปรียบเทียบเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง และแบบธรรมดา ตู้ไฟแสดงผลกระทบจากการใช้ไฟฟ้าเปลือง รวมทั้งคอมพิวเตอร์ระบบมัลติมีเดีย จำนวน 3 ชุด พร้อมโปรแกรมชุดกิจกรรมการประหยัดไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งและตกแต่งห้องเรียนสีเขียว จำนวน 55,000 บาท และงบประมาณในการบำรุงรักษาอุปกรณ์อีกปีละ 7,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี รวมมูลค่าทั้งสิ้น 550,000 บาทต่อห้อง

ประโยชน์ที่ โรงเรียน ได้รับจากการดำเนินงานของโครงการห้องเรียนสีเขียว
1. เป็นการปลูกฝังพฤติกรรมให้กับเยาวชนของชาติในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและขยายผลสู่ชุมชนรอบข้าง
2. โรงเรียนได้รับการพัฒนาในด้านวิชาการ ทักษะ ศักยภาพ ในด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วมทึกระดับ ตั้งแต่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน บุคลากร ตลอดจน ผู้ปกครองและชุมชน

ห้องเรียนสีเขียว โรงเรียนสีเขียว | อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โครงการห้องเรียนสีเขียว จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีอุปนิสัยในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าและรักษาสิ่งแวดล้อม และ โครงการยกระดับสู่โรงเรียนสีเขียว พัฒนาเครือข่ายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมสู่ระดับโรงเรียน ห้องเรียนสีเขียว โรงเรียนสีเขียว | อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โครงการห้องเรียนสีเขียว จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีอุปนิสัยในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าและรักษาสิ่งแวดล้อม และ โครงการยกระดับสู่โรงเรียนสีเขียว พัฒนาเครือข่ายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมสู่ระดับโรงเรียน

แผนงานในอนาคต

1. แผนงานยกระดับห้องเรียนสีเขียว มุ่งสู่โรงเรียนสีเขียว เพื่อสร้างเครือข่ายรักษ์พลังงาน
เพื่อให้ห้องเรียนสีเขียวพัฒนาเครือข่ายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมสู่ระดับโรงเรียนพร้อมทั้งขยายผลไปยังโรงเรียนใกล้เคียงและชุมชน และเพื่อกระตุ้นให้โรงเรียนดำเนินกิจการด้านการ ประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการปลูกฝังทัศนคติ และสร้างพฤติกรรมในมู่เยาวชนอย่างถาวร กฟผ. จึงมีเป้าหมายที่จะดำเนินโครงการฯ โดยการคัดเลือกโรงเรียนสีเขียว จำนวนอย่างน้อย 5 โรงเรียน ในปี 2552 และคัดเลือกโรงเรียนสีเขียวให้ได้อย่างน้อยจำนวน 50 โรงรียน ภายในปี 2556
2. แผนงานขยายเครือข่ายห้องเรียนสีเขียว
ในการดำเนินงานที่ผ่านมา กฟผ. ได้สนับสนุนให้โรงเรียนในโครงการฯ ใช้อุปกรณ์ในห้องเรียนสีเขียวเป็นสื่อการสอนเพื่อให้ความรู้ และสร้างความตระหนักในการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจัดกิจกรรมเสริมนอกห้องเรียนสีเขียว ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ คือ ครู นักเรียน และผู้ปกครองของโรงเรียนที่มีห้องเรียนสีเขียว และมีบางโรงเรียนได้จัดกิจกรรม ขยายผลไปยังโรงเรียนและชุมชนใกล้เคียงด้วย เพื่อให้ห้องเรียนสีเขียวที่มีอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 426 โรงเรียน เกิดประโยชน์สูงสุดจึงควรสนับสนุนอย่างเป็นระบบให้โรงเรียนที่มีห้องเรียนสีเขียวขยายเครือข่ายสู่โรงเรียนและชุมชนใกล้เคียง เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ที่ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไฟฟ้า และการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของห้องเรียนสีเขียวและลดค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง ห้องเรียนสีเขียวเพิ่มขึ้น

กฟผ. จึงจะดำเนินงานโดยมีเป้าหมายที่จะขยายเครือข่ายห้องเรียนสีเขียวแต่ละโรงเรียนไปสู่โรงเรียนใกล้เคียงอีกอย่างน้อยโรงเรียนละ 5 โรงเรียน คิดเป็นจำนวนโรงเรียนที่เป็นเครือข่าย เพิ่มขึ้นจำนวน 2,130 โรงเรียน และจำนวนนักเรียนที่ได้รับประโยชน์จากห้องเรียนสีเขียว จำนวน 639,000 คน ต่อปี

ที่มา : ข้อมูลจาก http://glr.egat.co.th/principle.php

โครงการยกระดับสู่โรงเรียนสีเขียว

โครงการยกระดับห้องเรียนสีเขียว มุ่งสู่โรงเรียนสีเขียวเพื่อสร้างเครือข่ายรักษ์พลังงาน

หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลกกำลังประสบกับปัญหาวิกฤตพลังงาน ขณะที่ความต้องการพลังงานไฟฟ้าของประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งภารกิจของ กฟผ. คือการสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้า ของประเทศและจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน นั่นหมายถึง กฟผ. จะต้องขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่มักประสบกับปัญหา การต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่และไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มอนุรักษ์ต่าง

หน่วยงานการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (DSM) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสายงานรองผู้ว่าการกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจในการรับผิดชอบต่อสังคมด้านการส่งเสริมและอนุรักษ์พลังงาน และการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชนให้ตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประเทศ และสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน จึงได้จัดทำโครงการยกระดับห้องเรียนสีเขียวมุ่งสู่โรงเรียนสีเขียวเพื่อสร้างเครือข่ายรักษ์พลังงานขึ้น

วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้ห้องเรียนสีเขียวพัฒนาเครือข่ายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมสู่ระดับโรงเรียนพร้อมทั้งขยายผลไปยังโรงเรียนใกล้เคียงและชุมชน
2. เพื่อกระตุ้นให้โรงเรียนดำเนินกิจกรรมด้านการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการปลูกฝังทัศนคติ และสร้างพฤติกรรมในหมู่เยาวชนอย่างถาวร
3. เป็นการประเมินและติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อใช้ในการวางแผน/กำหนดแนวทางในอนาคต
4. ป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

เป้าหมาย
ดำเนินการคัดเลือกโรงเรียนสีเขียว จำนวนอย่างน้อย 5 โรงเรียน ภายในเดือนธันวาคม 2552 และคัดเลือกโรงเรียนสีเขียวได้ครบจำนวน 50 โรงเรียน ในปี 2556

การดำเนินงาน
1. กำหนดคุณลักษณะและเกณฑ์การประเมินในการเป็นโรงเรียนสีเขียว
2. กำหนดวิธีการคัดเลือกโรงเรียนเพื่อจัดทำโครงการ
3. ดำเนินการจัดจ้างสถาบัน/หน่วยงาน ที่จะมาดำเนินการประเมินโรงเรียน
4. ประสานงานขอความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักการศึกษากรุงเทพมหานครและกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสนับสนุนให้โรงเรียนในสังกัดเข้าร่วมโครงการ
5. ประเมินโรงเรียน
6. คัดเลือกโรงเรียนเป้าหมายรอบแรก
7. ประชุมผู้บริหารโรงเรียนเป้าหมายเพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์โครงการยกระดับห้องเรียนสีเขียว
8. ประสานงานให้โรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ดำเนินกิจกรรมตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
9. ตรวจประเมินโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือก ณ สถานที่ตั้ง
10. ประกาศผล
11. จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ระหว่าง กฟผ. กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
12. ปรัชาสัมพันธ์เผยแพร่

กรอบการประเมินคุณลักษณะของโรงเรียนสีเขียว
1. การบริหารจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า
1.1 ได้รับการสนับสนุนผู้บริหารโรงเรียน
1.2 ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
1.3 การจัดกิจกรรมให้ความรู้

2. การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
2.1 นโยบายผู้บริหาร
2.2 การบริหารจัดการเรื่องน้ำ
2.3 การจัดการขยะและของเสีย
2.4 คุณภาพอากาศภายในโรงเรียน
2.5 ระบบภูมิทัศน์และระบบนิเวศภายในโรงเรียน

3. ระบบการจัดซื้อ
4. การขยายเครือข่ายของโรงเรียน
5. ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากการเรียนรู้ของนักเรียน
เกณฑ์การประเมิน
ประเมินจากกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมที่โรงเรียนได้ดำเนินการมาแล้วรวมทั้งกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้ในอนาคต ประกอบด้วยข้อคำถามครอบคลุมตามกรอบการประเมินที่ กฟผ. กำหนด โดยใช้เอกสารการประเมิน การตรวจสอบหลักฐานเอกสาร และการตรวจสอบ ณ สถานที่ตั้งของโรงเรียน โดยคัดเลือกโรงเรียนที่ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงลงมาตามลำดับ

ระยะเวลาดำเนินงาน

ปีการศึกษา 2552-2556


ประโยชน์ที่ กฟผ. ได้รับ
1. เพิ่มศักยภาพของโรงเรียนในโครงการห้องเรียนสีเขียวในการเสริมสร้างจิตสำนึกในด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นการขยายผลให้เกิดการมีส่วนร่วมทั่วทั้งโรงเรียน ตลอดจนชุมชนโดยรอบ
2. เป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ กฟผ. ให้ปรากฏสู่สาธารณะในการเป็นองค์กรที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดมาอย่างต่อเนื่อง

ประโยชน์ที่โรงเรียนได้รับ
1. โรงเรียนต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
2. กฟผ. ดำเนินการตรวจวิเคราะห์การใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าในโรงเรียน
3. โรงเรียนได้รับการพัฒนาในด้านวิชาการ ทักษะ ศักยภาพ ในด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วม ตั้งแต่ ผู้ บริหาร ครู นักเรียน บุคลากร ตลอดจนผู้ปกครองและชุมชน 

 ที่มา : ข้อมูลจาก http://glr.egat.co.th/greenschool-2.php

 

 CSR Water Chalk
ปากกาไวท์บอร์ด ชอล์กน้ำ ไร้กลิ่นฉุน ไร้ฝุ่น

สนใจผลิตภัณฑ์เพื่อห้องเรียนสีเขียว โรงเรียนสีเขียว
ดูรายละเอียดได้ในเว็ปไซท์ หรือ สอบถามข้อมูลด้านล่างนะคะ



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



Green Teacher & Green School

อันตรายจากการใช้ปากกาไวท์บอร์ด article
โครงการกระดานเพื่อสุขภาพ ของคนที่คุณรัก
การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม article



Copyright © 2012 All Rights Reserved.